เติมพลังชีวิตพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

จากข้อมูลของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการปี 2560 ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรคนพิการที่ขึ้นทะเบียน 1.8 ล้านคน นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อยเมื่อเทียบกับประชาชนราว 65 ล้านคนทั่วประเทศ ผู้พิการไม่ได้แปลว่าไร้ซึ่งความสามารถ ตรงกันข้าม หากได้รับโอกาสที่ดีเขาอาจสามารถสร้างประโยชน์อย่างทวีคูณต่อทั้งตนเอง ครอบครัว สังคม และระบบเศรษฐกิจโดยรวม ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดตั้ง "โครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการตามมาตรา 35" เมื่อปี 2560 สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้พิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยโอสถสภาดำเนินโครงการภายใต้แนวคิด "ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา" ด้วยความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้ผู้พิการมีความพร้อมและมีพลังใจจนสามารถช่วยเหลือและเลี้ยงดูตัวเองได้

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นว่า หัวใจสำคัญของการช่วยเหลือผู้พิการของโอสถสภา คือ เสริมสร้างพลังกาย เสริมสร้างพลังใจ และเสริมสร้างพลังชีวิตให้แก่ผู้พิการ เพราะเป็นการทำให้พวกเขาช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืน ตั้งแต่การสร้างความพร้อมทางกาย กำลังใจ และความรู้ในการประกอบวิชาชีพที่เหมาะสม เปรียบเสมือนการให้เบ็ดที่ย่อมดีกว่าการให้ปลา จึงได้วางแนวทางการดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการฯ โดยยึดตามหลักทั้งสามข้อที่กล่าวมา ด้วยความหวังว่าความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ของบริษัทจะช่วยให้พวกเขามีพลังกายและพลังใจในการกลับมาต่อสู้อีกครั้งเพื่อตนเองและครอบครัว

โอสถสภาได้ให้เบ็ดโดยการค้นหาและส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม พร้อมให้ความรู้และจัดสรรอุปกรณ์และเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ทั้งยังช่วยออกแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์สินค้า จัดหาตลาด และสร้างช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางอาชีพแก่ผู้พิการในโครงการ สามารถทำให้ผู้พิการมีรายได้ที่มั่นคง โดยมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นราว 2,000-5,000 บาทต่อเดือน ทำให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น และมีความหวังและมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป

นางละมัย พร้อมสันเทียะ ผู้ป่วยติดเตียงกว่า 20 ปี ก่อนจะกลายเป็นช่างสานตะกร้าฝีมือดี กล่าวว่า พอมีโครงการนี้เข้ามา เหมือนกะลามันเปิดออก ถึงจะพิการก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ อยากทำงานแล้วก็มีรายได้ ถ้าเขาให้เป็นเงินมา ใช้จ่ายไปก็หมด แต่ถ้ามีอาชีพ มันก็จะติดตัวไปจนตาย ชีวิตที่มีค่าต้องมีงานทำ ถึงขาเดินไม่ได้ แต่มือทำได้ ภูมิใจที่บริษัทเข้ามาช่วย ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าขึ้นมาก ตอนนี้ก็ภูมิใจว่าสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ตะกร้าที่สานก็มีคนซื้อจริงๆ มีคนเห็นคุณค่า

นายสมพาน สารเงิน ผู้ที่เปลี่ยนความทดท้อในชีวิต จากไม่มีอาชีพมากว่า 3 ปี ให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์งานไม้ กล่าวว่า พอรู้ว่าตัวเองขาพิการก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย จนกระทั่งมีบริษัท โอสถสภาฯ และคุณหมอทีมนักกายภาพเข้ามาติดต่อ ถามว่าอยากทำงานไหม ก็บอกสนใจ จากนั้นก็จัดซื้อเครื่องมืองานไม้มาให้ ตอนนี้ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนพิการแล้ว พอได้ยินคนอื่นเรียกตัวเองว่าช่างหมอกที่ทำงานไม้ มันทำให้รู้สึกมั่นใจ คิดว่าจะทำจนกว่าจะทำไม่ไหว

จนถึงวันนี้ โอสถสภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างชีวิตใหม่ให้กับผู้พิการ และยิ่งไปกว่านั้น การได้เห็นผู้พิการในโครงการได้หยิบยื่นเบ็ดของตนให้กับผู้อื่น ยิ่งช่วยทำให้เรามั่นใจว่าโครงการนี้จะเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง วันนี้ผู้พิการในโครงการบางรายได้เปลี่ยนสถานะจาก "ผู้รับ" ไปเป็น "ผู้ให้" สามารถช่วยเหลือผู้อื่น เป็นแบบอย่างและแบ่งปันความรู้ให้แก่ผู้อื่น เช่น คุณละมัยได้รับการส่งเสริมอาชีพจักสาน จนสามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว และวันนี้คุณละมัยได้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และช่วยฝึกสอนเพื่อนๆ ในชุมชน เช่นเดียวกับคุณสมพาน ที่ได้รับการฝึกอาชีพและการสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับงานไม้จนสามารถสร้างรายได้จากงานไม้ที่สวยงามมากมาย และมอบงานไม้ฝีมือของตนเองให้กับโรงเรียนและเด็กนักเรียนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์

โอสถสภาเชื่อว่า ด้วยพลังและการสนับสนุนผู้พิการในวันนี้ จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิตของพวกเขาอีกครั้ง โอสถสภาพร้อมเป็นอีกหนึ่งพลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต เพื่อตอบแทนและร่วมเติบโตไปกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน.

เครื่องมือช่วยอ่านข่าวสาร

ข้อมูลเกี่ยวกับข่าวสาร

จำนวนคนเข้าดูข้อมูล : 2 คน

ผู้ประกาศ : นายอาทิตย์ หมู่สิน

วันที่ประกาศ : 13 พฤษภาคม 2562